บทที่ 3 คลุมถุงโครม

ตอนที่ 3 คลุมถุงโครม

“ใช่ ฉันไม่อยากอยู่กับเธอ”

“เหมือนกันเลยค่ะ หนูก็ไม่อยากอยู่กับคุณ”

“นี่ !”

“ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่ถูกคุณป้าบังคับ หนูก็โดนแม่บังคับมาเหมือนกัน เลี้ยงควายอยู่บ้านดี ๆ ต้องมาแต่งงานมีผัว ดวงซวยจริง ๆ เลย”

“เธอว่าอะไรนะ ถ้าเธอไม่อยากแต่งแล้วเธอมาที่นี่ทำไม”

“ก็หนูเป็นลูกที่ดี มีความกตัญญูกตเวทิตา รู้จักตอบแทนบุญคุณคนที่เลี้ยงดูหนูมา ทั้งแม่ ทั้งคุณป้า ต่างทั้งรักและปรารถนาดีต่อหนูมาตลอด ท่านเดือดร้อนไม่สบายใจ หนูมีอะไรที่พอช่วยได้หนูก็ช่วย หนูไม่ได้เป็นลูกทรพีอย่างคุณนี่คะ แม่ป่วยไม่สบายนอนโรงพยาบาล แต่คุณกลับพาแฟนไปเที่ยวอย่างสบายใจ ลงไอจีสตอรี่หวานฉ่ำ รักเรานิรันดร์ตลอดไป เอสำคัญที่สุด เชอะ!”

“ฉันไม่ได้.....”

เมื่อเดือนก่อนตอนที่แม่ของเขาบอกว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนที่ต่างจังหวัด ภารัญให้คนขับรถไปส่งแม่จนถึงที่พักแต่เพราะอายุที่มากขึ้น การเดินทางด้วยการนั่งรถนาน ๆ ทำให้โรคความดันคุณหญิงเพียงเพ็ญกำเริบ จนต้องเข้าโรงพยาบาล ระหว่างนั้นเป็นช่วงที่ภารัญสัญญากับลิตาว่า จะพาหล่อนไปล่องเรือ เพื่อฉลองที่ทั้งสองคบหากันมาครบห้าปี และเมื่อโทรสอบถามกับทางทีมแพทย์และโรงพยาบาล ภารัญได้รับการยืนยันว่าอาการของแม่ ไม่ได้หนักหนาอะไรมากนัก ทั้งเขาและลิตาจึงไม่ได้ยกเลิกโปรแกรมหวาน โดยไม่คิดว่านั่นจะทำให้แม่โกรธเคือง จนถึงขนาดหาเรื่องอุปโลกน์คู่หมั้นปลอม ให้เขาจำยอมแต่งงานด้วยในครั้งนี้

“ฉันไม่อยากคุยกับเธอแล้ว อาบน้ำเสร็จแล้ว อยากไปเดินเล่นตรงไหนก็ไป”

“ทำอย่างกับหนูอยากคุยกับคุณงั้นแหละ จะไปไหนก็ไปเลย ชิ้ว ชิ่ว” มือสะบัดทำท่าไล่

“ว่ายังไงจ๊ะหนูลิตา โทรมาหาลูกชายของฉันมีอะไรอย่างนั้นหรือ” เพียงเพ็ญยิ้มให้กับโทรศัพท์มือถือที่ลูกชายลืมทิ้งวางเอาไว้ยังห้องรับรอง เพราะเมื่อครู่สองมือนั้นช่วยยก ช่วยหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของว่าลูกสะใภ้เดินขึ้นไปบนห้อง

“ภารัญอยู่ไหนคะ เขาบอกว่า ถ้าได้ลิตาจะเป่าเค้กวันเกิด ให้ วิดีดโอคอลหา เขาจะอวยพรวันเกิดให้กับลิตา”

“ภารัญอยู่กับหนูกานต์ในห้องนอน คงกำลังทำความรู้จักกันอยู่ ถ้าเธออยากได้รับคำอวยพรจากเขา เดี๋ยวฉันจะเอาโทรศัพท์ไปให้ รอสักครู่นะ” เพียงเพ็ญยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับกล้องมือถือของลูกชาย

เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ภารัญพาสาวสวยคนนี้มาทำความรู้จักกับตน แรกทีเดียวเพียงเพ็ญรู้สึกเอ็นดู ชื่นชอบในหน้าตา ชาติตระกูลของลิตาอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ยิ่งเวลาผ่านไปนาน เพียงเพ็ญกลับยิ่งพบว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้น่ารัก น่าเอ็นดูหรือควรคู่กับภารัญลูกชายเธอ

ยิ่งเมื่อภารัญแสดงออกชัดเจนว่าจริงจังกับลิตามากเท่าไหร่ สาวสวยคนนี้ก็ยิ่งเหมือนได้ใจจนเกือบไม่เห็นหัวเธอผู้เป็นแม่ แม้แต่คนใช้ คนงาน พนักงานในบริษัทลูกชายล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าลิตาคนนี้วางอำนาจ ก้าวก่ายเรื่องทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ในบริษัทไปทั่ว ทั้งในสตอรี่ไอจี หรือช่องทางสื่อออนไลน์ หรือก็ออกตัวแสดงความเป็นเจ้าของ ใช้ถ้อยคำเหมือนภารัญนั้นเป็นทาสรักของหล่อนเสมอ

“โอ๊ย คุณภารัญทำเบา ๆ สิคะ หนูเจ็บนะ” เสียงดังลอดออกมาจากจากหลังบานประตูไม้ซึ่งเป็นส่วนของห้องน้ำ

“นี่ฉันทำเบาที่สุดแล้วนะ”

“ทำเบายังไงคะ หนูช้ำไปทั้งตัวแล้ว ดูสิเนี่ย ทั้งเปียก ทั้งแฉะไปหมดเลย หนูจะฟ้องคุณป้า”

“เธอเปียกคนเดียวซะเมื่อไหร่ ดูหัวฉันสิเนี่ยเปียกเยิ้มไปหมดแล้ว”

“โอ๊ย หนูบอกให้เบา ๆ คุณทำหนูเจ็บแบบนี้ หนูไม่แต่งงานกับคุณแล้ว”

มือบางกำโทรศัพท์แน่น ตาโตมองค้างขึ้นไปยังหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดหนึ่งร้อยยี่สิบนิ้ว ที่ทางโรงแรมติดตั้งเอาไว้ให้และมันถูกใช้เชื่อมต่อกับสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เธอเพียงต้องการอวดให้เพื่อน ๆ และคนที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดครบยี่สิบเจ็ดขวบปีของเธอได้อิจฉาในความคลั่งรักของภารัญ หากแต่ใครเลยจะรู้ว่าภาพบนจอนั้นจะทำให้ลิตาถึงกับพูดไม่ออก

“อะไรกัน ไหนคุณแม่ชมเธอนักหนาว่า เป็นคนมีความอดทนสูง เจ็บแค่นี้ ทำเป็นทนไม่ได้เชียวหรือ คุณแม่เคยบอกฉันว่า ตอนผู้หญิงคลอดลูกเจ็บยิ่งกว่านี้อีก ฉันทำเธอเจ็บเท่านี้บอกทนไม่ได้ แล้วเธอจะมาเป็นสะใภ้ มาเป็นเมียฉันได้ยังไง” เสียงของภารัญแฟนหนุ่มดังชัดออกมาผ่านเครื่องขยายเสียง

“มันเหมือนกันซะที่ไหนเล่า คุณออกไปเลย ไม่ต้องมายุ่งกับหนูแล้ว”

“เห็นทีเธอคงจะไม่ได้รับคำอวยพรจากภารัญแล้วล่ะ เพราะเขาคงไม่ว่าง เอาอย่างนี้ฉันจะอวยพรให้เธอเอง ขอให้เธอมีความสุข และสามารถหาคู่ชีวิต ที่เหมาะสมกับเธอได้ในเร็ววัน” คุณหญิงเพียงเพ็ญหมุนกล้องหันกลับมาทางตัวเองแล้วอวยพรให้กับ ‘อดีตคนรัก’ ของลูกชาย

“ไม่จริง ลิตาไม่เชื่อคุณแม่อย่ามาใช้มุกนี้นะคะ ภารัญไม่มีทางนอกใจลิตาเด็ดขาด”

“เธอมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อ แต่ฉันในฐานะแม่ก็มีสิทธิ์ที่จะแจ้ง เอาล่ะทุกคนในฐานะที่ฉันเป็นแม่ของภารัญ ฉันขอถือโอกาสนี้เชิญทุกคนมาร่วมงานมงคลสมรสของภารัญกับหนูมนตกานต์อาทิตย์หน้านี้ด้วยนะจ๊ะ ขอโทษทุกคนด้วยนะที่บอกกะทันหัน”

เสียงการคุยโทรศัพท์พึมพำทำให้ภารัญและมนตกานต์ที่กำลังทะเลาะกันต้องหยุดมือ ลางสังหรณ์หยุดมือคนที่พยายามใช้ฝักบัวฉีดใส่แม่สาวน้อยฝีปากจัด มือผลักบานประตูห้องน้ำออกมาทั้งที่เสื้อผ้าเนื้อตัวเปียกโชก โดยไม่รู้เลยว่าการปรากฏตัวของเขามีประจักษ์พยานว่าคุณหญิงเพียงเพ็ญนั้นไม่ได้จัดฉากสร้างเรื่องเท็จ

“ภารัญ”

“เอ่อ คุณแม่...ลิตา”

“ว๊ายยยย!” สาวน้อยที่วิ่งพรวดออกมาในสภาพตัวเปียกมะล่อกมะแล่กคว้าเอาแผ่นหลังของคู่หมั้นมากำบังตัว

“นี่มันอะไรกันลิตา ไหนเธอบอกว่ากลับมาจากอเมริกาครั้งนี้ ภารัญกับเธอจะแต่งงานกันไม่ใช่หรือ” เพื่อนสนิทคนหนึ่งเดินมายืนเคียงข้าง หน้าจอโปรเจคเตอร์ใหญ่นั้นเวลานี้ตัดเป็นภาพพักหน้าจอของเธอกับแฟนหนุ่มยืนคู่ด้วยกันแทนภาพจากวิดีโอคอล

“สองวันก่อน คุณแม่บอกกับฉันว่า คุณหญิงเพียงเพ็ญไปที่สมาคม ป่าวประกาศว่าลูกชายจะแต่งงาน ฉันยังนึกอิจฉาเธอ ตกลงเจ้าสาวที่คุณภารัญจะแต่งงานด้วย ไม่ใช่เธอหรอกหรือลิตา”

“เจ้าสาวของภารัญต้องเป็นฉันคนเดียวอยู่แล้ว ภารัญไม่มีวันยอมแต่งงานกับอีเด็กบ้านนอกนั่นหรอก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป